ufa747
ทางเข้า sbobet

แนะวิธี รักษารอยสิว ไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ

รักษารอยสิว

รักษารอยสิว คือ การรักษาแผลเป็นหลังจากที่สิวหาย เชื่อว่าทุกคนคงไม่มีใครอยากเป็นสิว เพราะมันคือหนึ่งในสาเหตุที่ลดความมั่นใจของเรามาก ๆ ยิ่งถ้าเป็นสิวอักเสบชนิดรุนแรง ก็มีโอกาสไม่น้อยเลยที่จะทิ้งรอยแผลเอาไว้ให้ดูต่างหน้า ซึ่งเราก็ต้องตามรักษารอยสิวเจ้ากรรมนี้ต่อไปอีกและใช้เวลาในการรักษาไม่น้อยเลยด้วย

วันนี้ Lalita จะขอนำวิธีการรักษารอยสิวมาแนะนำให้ผู้ที่มีปัญหาในเรื่องนี้ลองนำไปใช้กันดู หรือผู้ที่ไม่ได้มีปัญหาเรื่องรอยสิวก็สามารถจำวิธีการไว้ได้ เพราะเราจะพาทุกท่านไปดูสาเหตุของการเกิดรอยสิว ประเภทของรอยสิวอีกด้วย เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาแห่งความหล่อสวย เชิญอ่านบทความได้เลยค่ะ

รักษารอยสิว แล้วรู้หรือไม่ว่า รอยสิวคืออะไร

รอยสิว คือ รอยแผลที่เกิดจากอักเสบที่เกิดจากปริมาณเชื้อแบคทีเรีย P. Acnes มีมากเกินไป โดยเจ้าเชื้อแบคทีเรียตัวนี้จะไปกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงาน จนเกิดอาการอักเสบบริเวณรูขุมขนเพื่อกำจัดเชื้อดังกล่าวจนเกิดเป็นสิวอักเสบ

จากนั้น เชื้อแบคทีเรีย P. Acnes จะเข้าไปทำลายคอลลาเจนและเนื้อเยื่อบริเวณโดยรอบ ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดรอยดำหรือรอยแดงบริเวณผิวหนังที่เป็นสิวในเวลาเดียวกัน ทำให้เกิดเป็นรอยแผลที่ไม่สามารถหายได้เองภายในระยะเวลาสั้น ๆ และต้องรักษารอยสิวให้ถูกวิธีเท่านั้น

รอยแผลจากสิว มีกี่แบบ

รอยแผลที่เกิดจากสิวมีอยู่ทั้งหมด 4 ประเภท ได้แก่

  1. รอยดำ คือ รอยแผลเป็นที่เกิดขึ้นจากสิวหัวหนองและสิวอุดตัน เกิดการอักเสบอย่างรุนแรงและกระตุ้นให้มีการผลิตเมลานินมากเกินไปจนเห็นเป็นรอยดำ ซึ่งรอยดำจากสิวจะใช้เวลาในการรรักษานานกว่ารอยแดง
  2. รอยแดง เป็นรอยแผลเป็นที่เกิดจากต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากเกินไปจนอุดตันในรูขุมขน เมื่อน้ำมันมารวมกับเซลล์ผิวที่ตายและเชื้อแบคทีเรียแล้วก็จะกลายเป็นสิวอักเสบ ส่งผลให้ร่างกายลำเลียงเลือดไปยังสิวอักเสบเพื่อซ่อมแซมเนื้อเยื่อจนกลายเป็นรอยแดง
  3. รอยหลุมสิว คือ รอยแผลที่เกิดจากกระบวนการสมานแผลของร่างกายที่ไม่สมบูรณ์ เนื่องจากเชื้อ P. Acnes เข้าไปทำลายเนื้อเยื่อและคอลลาเจนที่ชั้นผิวหนังแท้ จนเกิดเป็นพังผืดที่มีลักษณะคล้ายหลุม โดยสิวที่ก่อให้เกิดหลุมสิวจะมีทั้งสิวอักเสบตุ่มแดง สิวหัวหนอง สิวหัวช้าง และสิวเป็นไต
  4. รอยแผลสิวเป็นนูน เป็นรอยแผลเป็นที่เกิดจากผิวหนังถูกกะตุ้นให้ผลิตเนื้อเยื่อบริเวณสิวอักเสบในปริมาณที่มากเกินไปจนเนื้อเยื่อนูนออกมามากกว่าบริเวณโดยรอบ รอยแผลเป็นอาจมีสีแดงหรือชมพูก็ได้ บางรายอาจมีอาการคันหรือปวดร่วมด้วย

รอยแผลจากสิว สามารถหายได้เองหรือไม่  

ยังมีอีกหลายคนที่เข้าใจในเรื่องนี้แบบผิด ๆ ว่า รอยแผลเป็นจากสิวสามารถหายเองได้ตามธรรมชาติ แต่ในความเป็นจริงแล้ว รอยแผลสิวไม่สามารถหายเองได้ ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี และแม้ว่ารอยแผลจากสิวส่วนใหญ่จะไม่สามารถหายไปเองได้ แต่กับรอยแผลที่มีความรุนแรงไม่มากบางส่วนก็จางหายเองได้ด้วยเช่นกันในเวลา 2-4 เดือน บางรายอาจเป็นปีก็ได้

แนะนำวิธี รักษารอยสิว ให้คุณลองนำไปใช้

รักษารอยแผลเป็นสิวแบบธรรมชาติ

มาสก์หน้าด้วยสมุนไพรธรรมชาติ เช่น น้ำมะนาวสด, ว่านหางจระเข้, มะขามเปียก+น้ำผึ้ง+นมสด 15-20 นาทีแล้วค่อยล้างออก เพียงแต่วิธีนี้ต้องทำอย่างสม่ำเสมอประมาณสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง และต้องทำต่อเนื่องอย่างน้อย 4-6 เดือน วิธีนี้จึงไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดรอยสิวแบบเร่งด่วน

ทาครีม รักษารอยสิว

ครีมรักษารอยสิว ควรมีส่วนประกอบของสารบำรุงผิวหน้าอย่าง เรตินอล วิตามินซี กรดซาลิไซลิก และกรดอะซีลาอิก และไม่ควรมีส่วนผสมของสารปรอท กรดวิตามินเอ และสารสเตียรอยด์ ซึ่งสารบำรุงต่าง ๆ ในครีมรักษาสิวจะให้สรรพคุณที่แตกต่างกันออกไป

ใช้ครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง

แสงแดดเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผิวแห้งเสียและกระตุ้นการผลิตน้ำมันที่มากเกินไปจนอุดตันรูขุมขนและเกิดสิวตามมา การทาครีมกันแดดที่มีเนื้อสัมผัสบางเบา ไม่มีส่วนผสมที่อาจปิดกั้นรูขุมขนจนกลายเป็นสิวอุดตันก็ช่วยคุณได้แล้ว

อย่าอายที่จะไปพบแพทย์ผิวหนัง

แม้วิธีนี้จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าวิธีอื่น ๆ แต่บอกเลยว่า เห็นผลอย่างแน่นอน เพราะแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญสามารถประเมินและพิจารณาการรักษาได้ถูกต้องที่สุด คุณจึงไม่ต้องไปลองผิดลองถูกเองทุกอย่าง อีกทั้งแพทย์ยังให้คำแนะนำดี ๆ ที่ให้คุณสามารถดูแลผิวหน้าด้วยตนเองได้อีกด้วย

และนี่คือวิธีการ รักษารอยสิว ที่ Lalita นำมาฝากให้ทุกท่านผ่านบทความบทนี้ รับประกันได้เลยว่า คุณสามารถนำวิธีเหล่านี้ไปใช้ดูแลผิวหน้าของคุณได้จริง เพิ่มความสวยหล่อ ความมั่นใจให้คุณได้อย่างแน่นอน

แชร์บทความนี้