ufa747
ทางเข้า sbobet

วิธีคำนวณ BMI ค่าดัชนีมวลกาย บอกอะไรคุณได้บ้าง

วิธีคำนวณ BMI

วิธีคำนวณ BMI เป็นวิธีการประเมินลักษณะร่างกายของมนุษย์ในยุคปัจจุบัน และยังเป็นวิธีการที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลอีกด้วย เพราะสถาบันการรักษาความงาม ฟิตเนส ไม่เว้นแม้แต่สถาบันการแพทย์ก็ยังนำเอาการคำนวณค่าดัชนีมวลกายมาใช้ เรียกได้ว่า การคำนวณหาค่า BMI ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายมาก ๆ ในวงการธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ

วันนี้ Lalita จะพาผู้อ่านไปทำความเข้าใจเรื่องการคำนวณหาค่า BMI กันในบทความนี้ หลายคนที่ยังไม่รู้วิธีคำนวณ อาจจะมองว่ามันเป็นเรื่องที่ซับซ้อน แต่เราจะอธิบายให้กลายเป็นเรื่องที่สามารถทำความเข้าใจได้ง่าย ๆ ยิ่งไปกว่านั้น ทุกท่านสามารถนำวิธีคำนวณไปใช้จริงได้อีกด้วย เมื่อพร้อมแล้วก็ไปอ่านกันได้เลยค่ะ

วิธีคำนวณ BMI คืออะไร

วิธีการคำนวณค่า BMI คือการหาค่าดัชนีมวลกาย เป็นข้อมูลดัชนีทางคณิตศาสตร์ที่ใช้การวัดจากน้ำหนักและส่วนสูง เพื่อหาค่าผลลัพธ์ของปริมาณไขมันทั้งหมด เมื่อคำนวณมวลร่างกายเรียบร้อย ทางแพทย์จะนำคำตอบนี้ไปใช้ในการประเมินสภาวะลักษณะร่างกายของผู้ใช้บริการในปัจจุบันว่า เกณฑ์น้ำหนักของคุณถูกประเมินอยู่ในระยะร่างกายรูปแบบไหน

สูตรการคำนวณค่า BMI

วิธีคำนวณค่า BMI เพื่อหาค่าดัชนีมวลกาย = น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) ÷ ส่วนสูง (เมตร) ยกกำลังสอง

ตัวอย่างเช่น ผู้หญิงท่านหนึ่ง น้ำหนัก 50 กิโลกรัม ส่วนสูง 160 เซนติเมตร จะคำนวณค่า BMI ได้ดังนี้
ค่าดัชนีมวลกาย= 50/(1.60 x 1.60)
หรือ 50 หารด้วย 2.56
ดังนั้น ค่าดัชนีมวลกายของผู้หญิงท่านนี้จะอยู่ที่ 19.5

เมื่อคำนวณค่า BMI ได้แล้ว ให้นำผลที่ได้ไปเปรียบเทียบตารางเกณฑ์ BMI ได้เลย

ค่าที่ได้จาก วิธีคำนวณ BMI กับระดับความอ้วน

วิธีคำนวณ BMI

(น้อยกว่า 18.5) น้ำหนักน้อย

หากค่า BMI ที่ได้หลังจากคำนวณแล้วต่ำกว่า 18.5 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่น้ำหนักน้อยกว่าปกติ เสี่ยงต่อการเป็นโรคขาดสารอาหาร ส่งผลให้ร่างกายอ่อนเพลียง่าย ใครที่น้ำหนักน้อยเกินไปควรทานอาหารให้เพียงพอ ควบคู่กับการออกกำลังเพื่อสร้างกล้ามเนื้อ

(18.5 – 22.9) น้ำหนักปกติ

ค่า BMI ที่เหมาะสมสำหรับคนไทยคือ 18.5 – 22.9 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่เป็นปกติ ห่างไกลจากความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนและภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ใครที่ได้ตัวเลขในช่วงนี้หลังจากทำ วิธีคำนวณ BMI ควรรักษาค่าให้อยู่ในระดับนี้ไว้

(23 – 24.9) น้ำหนักเกิน

ผู้ที่ได้ค่า BMI ในช่วง 23 – 24.9 ให้พยายามลดน้ำหนักลงอีกนิด เพื่อให้ค่า BMI อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แม้ว่ารูปร่างภายนอกอาจจะไม่ได้ดูเป็นคนอ้วน แต่ถ้าหากคนในครอบครัวมีประวัติเป็นเบาหวานหรือความดันโลหิตสูง ก็ถือว่าเป็นความเสี่ยงได้เช่นกัน

(25 – 29.9) โรคอ้วน

ใครที่ได้ค่า BMI ในค่านี้ถือว่าเป็นโรคอ้วนระดับหนึ่งแล้ว แม้จะยังไม่ถึงเกณฑ์ที่อ้วนมาก แต่ก็ยังเสี่ยงต่อโรคที่มาพร้อมกับความอ้วน ทั้งความดัน เบาหวาน ลดน้ำหนักลงหน่อยจะดีกว่า

(มากกว่า 30) อ้วนมาก

หากใครได้ค่า BMI มากกว่า 30 ถือว่าคุณมีภาวะอ้วนในระดับที่อันตรายแล้ว มีความเสี่ยงต่อโรคที่มาพร้อมกับความอ้วนสูง ต้องระมัดระวังเรื่องการกินไขมันและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

ข้อจำกัดของค่า BMI

การคำนวณดัชนีมวลกาย เป็นการหาค่าความสัมพันธ์ของมวลร่างกาย ซึ่งมีข้อจำกัดในเรื่องเพศ อายุ และปริมาณกล้ามเนื้อที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคลด้วย บางครั้ง วิธีคำนวณ BMI อาจมีผลที่แตกต่างกันดังนี้

  • วิธีคำนวณ BMI ผู้หญิง

เพราะร่างกายของเพศหญิงมีแนวโน้มที่จะสะสมไขมันมากกว่าผู้ชาย อีกทั้งฮอร์โมนเพศหญิงยังเร่งสารอาหารให้เป็นไขมันได้ง่ายกว่าผู้ชาย หากต้องการคำนวณหาปริมาณไขมันในเพศหญิง ให้ใช้สูตรดังนี้

(1.2 x ค่า BMI) + (0.23 x อายุเป็นปี) – 5.4

  • วิธีคำนวณ BMI ผู้ชาย

ร่างกายของผู้ชายมีปริมาณกล้ามเนื้อมากกว่าผู้หญิง ทำให้มีการเผาผลาญไขมันที่ดีกว่า ยิ่งถ้าผู้ชายเป็นนักกีฬาที่มีการฝึกฝนทางร่างกายมากกว่าคนปกติด้วย หากต้องการคำนวณหาปริมาณไขมันในเพศชาย ให้ใช้สูตรดังนี้

(1.2 x ค่า BMI) + (0.23 x อายุเป็นปี) – 16.2

การคำนวณหาปริมาณไขมันในร่างกาย ถือเป็นการต่อยอดหลังจากคำนวณค่า BMI ได้แล้ว โดยปริมาณไขมันที่อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ควรจะมีค่าเฉลี่ยตัวเลขอยู่ที่ 15 – 20% สำหรับเพศชาย และ 25 – 30% สำหรับเพศหญิง

และนี่คือ วิธีคำนวณ BMI ที่เรานำมาอธิบายให้ทุกท่านได้ทำความเข้าใจกันแบบง่าย ๆ อีกทั้งยังสามารถนำไปคำนวณได้ด้วยตนเองในชีวิตจริงอีกด้วย เพราะค่าดัชนีมวลกายที่เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้คุณสามารถสุขภาพที่ดีด้วยตนเองได้ ตรวจสอบได้ว่าน้ำหนักของเราเกินเกณฑ์ปกติไปแล้วหรือไม่ นอกเหนือจากเรื่องสุขภาพแล้ว การควบคุมค่าดัชนีมวลกายยังช่วยให้คุณมีรูปร่างที่ดีได้อีกด้วย

แชร์บทความนี้